กระจ่าง!! นักแข่งรถชื่อดังเผย เหตุบีเอ็มชนสปอร์ตไรเดอร์ ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุหนัก เข้าใจง่ายจริงๆ

นักแข่งรถยนต์ชื่อดัง แนะผู้ขับรถยนต์ถูกตัดหน้าอย่างกะทันหัน ตั้งสติบังคับรถให้ตรง เลือกพุ่งชนประตูหน้ารถที่ตัดหน้า ระบุแรงกระแทกน้อย ชี้มีโอกาสรอดสูง ไม่เช่นนั้นรถจะหมุนควบคุมไม่ได้

จาก เหตุคลิปวิดีโอรถบีเอ็มดับบลิว (BMW) กำลังขับมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง จ.น่าน แต่ปรากฏว่าระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุอย่างกะทันหัน พุ่งชนอัดกับกระบะสปอร์ตไรเดอร์ ที่กำลังข้ามเลนถนนมากลับรถ ทำให้สภาพรถพังยับทั้งคัน และมีชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตทันที 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย อีกทั้งยังปรากฏภาพสะเทือนใจ หนุ่มคนขับรถเก๋งหรูลงมาร่ำไห้กอดร่างแฟนสาวที่สลบเหมือด ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมาแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 12 ม.ค. นายจักษ์ทอง นาวาศุภพานิช นักแข่งรถยนต์ชื่อดัง ผู้ซึ่งมีประสบการณ์การแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1982 มานานมากกว่า 20 ปี และนักธุรกิจเดินเรือรายใหญ่ของประเทศ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Jakthong Navasoopanich” ให้ความเห็นว่า หากดูจากคลิปรถเก๋งบีเอ็มดับบลิวโดนกระบะรถสปอร์ตไรเดอร์ตัดหน้า จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต อยาก บอกผู้ใช้รถทุกท่าน หากเจอรถตัดหน้าแบบในคลิป แนะนำให้ตั้งสติและเลือกชนรถที่ตัดหน้าอย่างตรงๆไปเลย โดยพยายามทำให้รถที่ขับตรงที่สุดขณะพุ่งเข้าชน เลือกชนตรงประตูจะมีโอกาสรอดสูงมาก ไม่อย่างนั้นรถจะหมุนจนควบคุมไม่ได้ และอาจเสียชีวิตตามมาซึ่งไม่ได้แปลว่าคนที่เราขับจะผิดที่เลือกชน แต่เป็นการรักษาชีวิตมากกว่า และปัญหาไม่ใช่บีเอ็มดับบลิววิ่งเร็วหรือไม่ แต่อยู่ที่สปอร์ตไรเดอร์ต่างหากตัดหน้าอย่างเร็ว ใครก็หลบไม่ทัน นักแข่งยังไม่มีปัญญาเลย

“เลือกชนประตูหน้า อ่อนสุดนิ่มสุดบางสุด แรงกระแทกน้อย อันนี้ให้ใช้ได้ดีสำหรับเวลาขับเร็ว แล้วมีรถตัดหน้าไม่ว่าจะเปลี่ยนเลน กระทันหัน เราจะมีเวลามากในการเลือกชน เพราะเราเบรกไม่ได้แน่ๆอยู่แล้ว เพื่อความปลอดภัยตัวเอง แต่การชนตรงๆนั้น ร่างกายเราจะรับรู้ว่ากำลังจะชนในด้านหน้า สมองเราจะสั่ง Automatic ให้เตรียบรับแรงกระแทกที่ด้านหน้า โดยการเกร็งคอและแขน ทำให้เกิดแรงกระแทกด้านเดียว แต่ถ้าเป็นแบบ BMW ร่างกายเราไม่สามารถรับรู้ว่าจะโดนกระแทกด้านไหนขณะที่รถหมุ่นอยู่ ซึ่งแรงกระแทกจะอยู่ด้านข้าง เป็นด้านที่อันตรายที่สุด คอจะหักด้านข้างเปราะบางกว่าด้านหน้าเยอะ” นักแข่งรถยนต์ชื่อดัง ระบุ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก : “Jakthong Navasoopanich”

1543 Total Views 1 Views Today
↓
RSS
Follow by Email
Facebook
Facebook
Twitter
INSTAGRAM