ชาวสวนยางฟังทางนี้! เจ้าของสวนยาง 100 ไร่ จ.สุราษฎร์ธานี ปลูกผักเหลียงเป็นผักพืช แซมในสวนยางพารากว่า 40 ไร่ เผย ทำต่อเนื่องกว่า 10 ปี ส่งขายกิโลละ 70 บ. สร้างรายได้จุนเจือครอบครัว ยินดีตอนกิ่งพันธุ์ขายชาวสวนยาง กิ่งละ 25 บ.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 มกราคม จากสถานการณ์ราคายางพาราในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤติทำให้เกษตรกรชาวสวนยางจำนวนมากต้องอยู่อย่างลำบาก เนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ในครัวเรือน ในขณะที่เกษตรกรจำนวนมากก็พยายามที่จะปลูกพืชทดแทน หารายได้เสริม เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว

นายสินชัย นวลวัตน์ อายุ 56 ปี เกษตรกร ต.บ้านกรูด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี หนึ่งในเกษตรกรชาวสวนยางพารา ผู้ซึ่งประกอบอาชีพ ปลูกสวนยางพารามาหลายปี ปัจจุบันมียางพาราจำนวนกว่า 100 ไร่ แต่จากอดีตที่ผ่านมากว่า 10 ปี ได้มีการปลูกผักเหลียงเป็นพืชแซมในสวนยางพาราไว้ด้วย โดยในช่วงแรกๆ ก็ปลูกไม่มากนัก เก็บไว้กินภายในครัวเรือน และขายในละแวกใกล้เคียง พอได้เป็นค่ากับข้าวในแต่ละวัน


เจ้าของสวนยางฯ ชี้ให้ดูผักเหลียงสร้างรายได้ส่งขายกทม. โลละ 70 บาท

“ต่อมาผักเหลียงได้ขยายตัวเองจำนวนมากขึ้น ประกอบกับครอบคัวเราก็ได้ขยายพันธุ์จนปัจจุบันมีผักเหลียงขึ้นในสวนยาง แล้วกว่า 40 ไร่ ซึ่ง จึงหันมาทำเป็นพืชเศรษฐกิจ ผักเหลียงเป็นพืชที่ปลูกง่ายไม่เป็นโรค ไม่ต้องบำรุงรักษา มีอายุยืนยาวหลาย 10 ปี แต่ต้องอาศัยร่มเงาจากไม้ใหญ่ จะให้ผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป” นายสินชัย กล่าว

นายสินชัย กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ขายยอดใบผักเหลียงมาโดยตลอด และในปัจจุบันไม่ได้ขายเพียงแต่ในพื้นที่เท่านั้น ยังมีการส่งขายยังภาคกลางหรือกรุงเทพมหานคร กิโลกรัมละ 60-70 บาท ขนส่งโดยรถทัวร์โดยสาร ทำให้มีรายได้เสริมช่วยเหลือจุนเจือค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนเพิ่มจากรายได้ จากสวนยางพารา เดือนละ 9,000 บาท

 
เจ้าของสวนยางพารา 100ไร่ ปลูกผักเหลียงแซม นาน10ปี สร้างรายได้ ยามยางราคาตก

“ในปัจุบันเกษตรกรชาวสวนยาง พยายามหาพืชปลูกแซมในสวนยางพารา ผมเองจึงหันมาตอนกิ่งพันธุ์ขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง ในราคากิ่งละ 25 บาท ผลิตกิ่งป้อนให้กับลูกค้าไม่เพียงพอกับความต้องการ สำหรับราคายางในปัจจุบันทำให้ครอบครัวผมได้รับความเดือดร้อนน้อยลง เนื่องจากมีรายได้เสริมจากผักเหลียงเพิ่มขึ้น” นายสินชัย กล่าวทิ้งท้าย